Thursday, September 22, 2011

แบบทดสอบทายใจแบบญี่ปุ่น

ลองมาดู แบบทดสอบ ทายใจแบบญี่ปุ่น กันดีกว่า ว่าจะตรงกับนิสัยของตัวเราหรือเปล่านะ

1. ถ้าต้องเกิดใหม่ และให้เลือกได้แค่ 2 แบบ ต่อไปนี้เท่านั้น
ก. หน้าตาแย่สุดๆ แต่หุ่นเช้งวับ ข. หน้าตาเลิศ แต่หุ่นแย่สุดๆ

2. ถ้าในโลกเหลือคนดีๆ แค่ 2 คน และจำเป็นต้องแต่งงานกับเขา คุณจะเลือกใคร ระหว่าง
ก. คนที่สูงใหญ่กว่าเราครึ่งหนึ่ง ข. คนที่ตัวเล็กกว่าเราครึ่งหนึ่ง
(เช่นถ้าเราสูง 160 เขาสูง 190 หรือสูง 130 เป็นต้น)

3. มีสำนักงานพิมพ์เชิญไปเขียนหนังสือรวมเล่มดารา คุณจะเลือกหน้าปกหนังสือแบบไหน
ก. การ์ตูนน่ารัก ข. ภาพศิลป์ที่ดูไม่รู้เรื่อง

4. กำลังจะซักผ้า ปรากฏว่าฟ้ามืด มีเมฆลอยตัวสีเทาครึ้ม คุณจะทำอย่างไร
ก. ก็ซักผ้านะสิ ข. ไม่ซักดีกว่า










เฉลย
ข้อ 1
เลือกข้อ ก. มักแสดงว่าทำเป็นไม่เจ้าชู้นอกใจแฟน แต่ถ้าเผลอละเป็นไม่ได้เลยนะ ประมาณว่าเจ้าชู้ไม่เบา
เลือกข้อ ข. มักแสดงว่าทำเจ้าชู้หว่านเสน่ห์ แต่ที่จริงแล้วรักมั่นคง ชอบเล่นชอบแซว แต่ไม่ใช่คนหวั่นไหวง่ายๆ

ข้อ 2
เลือกข้อ ก. แสดงว่าชอบคนตัวโต หุ่นล่ำๆ ชอบคนที่ดูแล้วอบอุ่น ชอบคนที่ปกป้องเราได้ดี
เลือกข้อ ข. แสดงว่าชอบคนบอบบาง ชอบเป็นผู้นำ ชอบดูแลคนอื่น ชอบคนขี้อ้อนแบบเด็กๆ

ข้อ 3
เลือกข้อ ก. ติดเพื่อน ชอบปาร์ตี้ ไม่ค่อยมีแผนชีวิต ปิ๊งคนเฮฮามุขเยอะ
เลือกข้อ ข. อารมณ์ศิลปิน เปราะบางนัก มักสับสน ปิ๊งคนเซอร์ๆ แบบติสต์ๆ

ข้อ 4
เลือกข้อ ก. ไม่ค่อยจะประนีประนอม ไม่ค่อยยอมรับความเป็นจริง ชอบกดดันคนที่ตนรัก
เลือกข้อ ข. รู้จักรอมชอมเป็น มองโลกในแง่ดี หวงแฟนแต่ไม่ขี้หึง

Monday, July 4, 2011

ขนมปังชิ้นที่ 3



ขนมปังชิ้นที่สาม (ตัน ภาสกรนที)




มีลูก 3 คน มีบ้าน 2 หลัง จะแบ่งยังไงดีครับ?

เพื่อนผมคนหนึ่งคิดยังไงก็คิดไม่ตก เกษียณอายุราชการแล้วยังต้องทำงานงกๆ

“สู้เพื่อลูก”ผ่อนบ้านหลังที่ 3 กลัวแบ่งสมบัติไม่ลงตัว เดี๋ยวจะนอนตายตาไม่หลับ

ผมบอกถ้าไม่อยากวุ่นวาย..ง่ายนิดเดียว
แค่ขายบ้านให้หมด แล้วใช้เงินให้มีความสุขกับชีวิตหลังเกษียณ เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น..

ตอนพ่อแม่ผมเสีย ไม่ได้มีเงินทองมากมาย ผมเลือกพระหนึ่งองค์เป็นสมบัติจากพ่อ หยิบแหวนวงเดียวจากกองมรดกของแม่ สมบัติสุดท้ายไม่กี่ชิ้นของพ่อกับแม่ที่เทกองบนโต๊ะ..ผมกับพี่น้องแบ่งกันยังไงก็ลงตัว

สำหรับผมในวันนี้สอนลูกตั้งแต่พวกเขายังเล็ก
ว่าการศึกษาเท่าที่เขาต้องการคือสมบัติที่ผมจะให้
น้องกิฟท์ลูกสาวคนโตรู้ดีและเขาเข้าใจว่าผมไม่มีนโยบายเก็บเงินให้ลูก

วันหนึ่งเขาบอกผมว่า. ป่าป๊า ไม่ต้องห่วงกิฟท์ ธุรกิจและเงินที่ป่าป๊าทำมาไม่ต่้องเผื่อกิฟท์ หนูรับผิดชอบตัวเองได้
ผมให้เงินเขาก้อนหนึ่ง ไปตั้งต้นร้านอาหารชื่ออิซีลี่ บริหารไม่นานก็เจ๊ง

เขาใช้โอกาสอีกครั้งกับเงินทุนที่เหลืออยู่ตั้งใจทำร้านอาหารใหม่ชื่อแซ่บอีลี่ คราวนี้เขาไม่ประมาทและตั้งใจกว่าเดิมอีกหลายเท่า จนวันนี้ร้านแซ่บอีลี่ก็อยู่ได้

ลูกทุกคนของผมรู้ดีว่าสมบัติทุกอย่างที่ผมให้ ถ้าไม่ตั้งใจทำย่อมมีวันหมด

ผมให้โอกาสการศึกษาเต็มที่..ที่เหลือเขาต้องเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวของเขาเอง ไม่ใช่ผมไม่รักลูก แต่ใช่ว่ามีเงินเยอะๆแล้วจะดีสำหรับเขา

ผมอยากให้ลูกได้รู้จักกับความยากลำบาก ไม่อยากให้เคยชินกับความสบาย ไปต่างประเทศด้วยกันทุกครั้ง ลูกๆทุกคนต้องนั่งเครื่องบินชั้นอิโคโนมี บางครั้งน้องเก็ตลูกชายยังเป็นเด็ก เขาเคยแผลงฤทธิ์ไม่พอใจทำไมไม่ได้นั่งบิสซิเนสคลาสด้วยกัน

วันนี้เขาอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ทำงานหาเงินเองได้เมื่อไหร่ วันนั้นเขาจะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง

ประสบการณ์สอนให้ผมรู้ว่าเงินเป็นได้ทั้งความทุกข์และความสุข ในวันที่ต้องดิ้นรน เงิน คือ สิ่งจำเป็น

เป็นขนมปังชิ้นแรกที่ประทังชีวิต

ขนมปังชิ้นที่สอง คือ ความอร่อย มีชีวิตที่สุขสบาย หายเหนื่อย มากกว่านั้น...กินเท่าไหร่ก็เป็นส่วนเกิน

ขนมปังชิ้นที่สาม คือ ยาพิษ
อะไรที่มากเกินไปมักจะไม่มีประโยชน์ กลายเป็นให้โทษมากกว่าคุณ..

เงินก็เช่นกัน...

ถ้าคุณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีบุญหล่นทับร่ำรวยเป็นพันๆล้าน
คุณอาจไม่รู้จักคุณค่าของความพยายาม
ชีวิตนี้อาจไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องออกแรงดิ้นรนอะไรอีกต่อไป
เงินถ้าไม่รู้จักใช้ ไม่รู้จักหา ไม่รู้จักคุณค่า...มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ

ถ้าหน้าที่ของพ่อแม่คือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก
เราควรรักลูกแบบไหน ?

ลองถามตัวเองดูว่าเรากำลังยื่นขนมปังชิ้นที่สามที่เต็มไปด้วยยาพิษให้ลูกหรือเปล่า