Thursday, November 27, 2008

ค่าของเงิน

เรื่องของผมคือว่า ผมจบการศึกษาจากต่างประเทศ เข้าทำงานในบริษัทพัฒนาที่ดินชื่อดัง ของเมืองไทย ตอนปี 2535 ตอนเข้าไป ผมทำงานตำแหน่ง Assistant Manager เงินเดือน 1.8 หมื่นบาท เชื่อไหมครับ ทำงานแค่สองปี ผมได้ปรับเป็น ห้าหมื่นบาท ตอนนั้นผมลิงโลดใจมาก โบนัส ไม่ต่ำกว่า หกเดือน ทุกอย่างในชีวิตไปได้สวย

ผมเปลี่ยนจากรถญี่ปุ่นคันที่ซื้อมาเป็น BMW E36 อย่างโก้ โดยดาวน์ไปก่อน ที่เหลือผ่อนสบายๆ เดือนละ 2 หมื่นกว่าๆ และไปผ่อนคอนโดไว้ย่านกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ดินของที่ทำงานผมเอง ให้ราคาพิเศษ 3.4 ล้าน ผ่อนได้ครับ ปีนั้นมีการฉลองชัยครั้งใหญ่หัวหน้าผมเรียกเข้าไปบอกว่า จะเลื่อนให้เป็น Marketing Manager ปรับเงินขึ้นเป็น 7.5 หมื่นแต่ต้องทำงานหนักขึ้นนะ คิดดูแล้วกันครับสำหรับเด็กอายุ 26 ตอนนั้นมันสุขขนาดไหน แฟนผมก็น่ารักทำงานไฟแนนซ์

ตอนนั้นผมใช้เงินจริงๆ มือถือรุ่นไหนออกใหม่ ผมเปลี่ยนทันที ซื้อทันทีด้วย ไม่เกี่ยงราคา ทุกอย่างในตัวผมมียี่ห้อทั้งสิน ของถูกผมไม่เคยใส่ ใครๆ มองว่าตอนนั้นผมฮิตมากๆ แต่แล้ว ลางไม่ดีก็เริ่มออกเมื่อผ่านไป 1 ปี บริษัทขึ้นเงินเดือนให้น้อยลง แต่ผมก็ยังระเริงใจ เพราะคิดว่า ยังไงๆ รถก็ผ่อนได้ คอนโดก็ของ บริษัทเราเองคงคุยกันได้ ประกอบกับทุกอย่างตอนนั้นมันเหมือนชะงักชั่วคราว ลางของจริงเริ่มมาเมื่อมีการปิดสถาบันการเงิน บริษัทผมลดเงินเดือนลง ผมเหลือแค่ 6 หมื่น แต่ผมก็ยังเฉยๆ บริษัทผมเริ่มแย่ เพราะว่า คอนโดขายไม่ออก และตัวไฟแนนซ์ที่ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทผมต้องแยกหลักทรัพย์และเงินทุนออกจากกัน เพื่อไม่ให้ตายคู่ บริษัทผมเริ่มลดเงินเดือนอีกครั้ง และเชิญพนักงานออก ผมถูกมอบให้ลดพนักงานในผ่ายลง หลังจากชี้แจงให้น้องๆ เสร็จ คนที่ถูกให้ออก นั่งซึมคนหนึ่ง อีกคนด่าผมว่า ทำไมพี่ไม่ลดเงินเดือนพี่เพื่อให้พวกเราอยู่รอด ผมรู้สึกสะอึกในคออยากจะบอกว่า แค่ค่าผ่อนรถก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว เมื่อค่าใช้จ่ายเริ่มไม่พอ ผมหันไปเล่นบอล เพื่อหาเงินมาโปะค่าคอนโด ผมกลับเสียเงินเก็บไปกับมันอีก 2 แสน และยืมแฟนมาอีก 5 หมื่น ถึงบัดนั้นแฟนผมก็เลิกกับผม เพราะว่าผมบอกตรงๆ ว่าผมแย่และบังเอิญว่ามีหนุ่มรวยกว่ามาจีบเธอ ปลายปี 41 บริษัทได้ลดเงินเดือนผมอีก เหลือ 3 หมื่นบาท ผมก็อายุ 31 แล้ว รถผมส่งไม่ได้แล้ว และขายไปแล้วด้วย คอนโดก็เป็น NPL ไปแล้ว ผมเสียดายที่ผ่อนไปกว่า 2 ล้าน แต่ทำไงได้

สุดท้ายต้นปี 43 ผมถูกให้ออก ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่มีงานให้ทำและเงินเดือนคุณสูง ผมหางานทำมาเกือบปี ได้งานเป็นลูกจ้างชั่วคราวในหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง อัตราค่าจ้างรายวันๆ ละ250 บาท ตอนนี้ผมใช้รถญี่ปุ่นเก่าๆ และมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งราว 4 แสนบาท ยังดีที่ผมยังมีบ้านที่อาศัยกับพ่อแม่อยู่ จึงไม่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่ บางวันผมนั่งนึกถึงอดีตของผมแล้วสะท้อนใจ แต่ผมไม่ท้อแท้เท่าไร ผมได้เจอกับน้องๆ ที่เคยทำงานกับผม บางคนดูถูกผม เมื่อทักผมแล้วผมไม่มีนามบัตรให้เขา ขณะที่พวกเขาบางคนได้ดีกว่าผมในยุคทอง วันหยุดผมไปรับสอนภาษาอังกฤษให้ตามบ้าน ก็พอได้เงินเพิ่มเติมเดือนละสองพันบาทได้ ตอนนี้ผมแก่ตัวลง ความคิดสุขุมมากขึ้น

วันหนึ่งขณะผมขับรถกลับบ้าน ผมเห็นแฟนเก่าผมนั่งกับเจ้าของรถ BMW 318 IS คันหนึ่ง เธอเหลือบมาเห็นผมพอดี เธอมองอยู่พักนึงแล้วก็สบัดหน้าไป ผมรู้ดีว่าผมคงไม่มีค่าพอที่จะทักเธออย่างเก่าได้ ผมอยากให้ทุกคนฟังเรื่องของผมไว้เป็นบทเรียน ชีวิตคนเรามันสั้น ทำตัวให้ถูกต้อง ใช้เงินให้เห็นคุณค่า อย่าดูถูกค่าของเงิน ผมยังดีทียังพอจะมีเหลือบ้าง แต่คงจะกลับไปทำตัวอย่างเดิมไม่ได้อีกแล้ว ขอให้จำคำของผมไว้ หรือมีเรื่องคล้ายๆ ผมก็นำมาเล่าสู่กันฟังได้เป็นอุทาหรณ์

No comments: